Профиль пользователя kimhuunIt could only be HEINEKE...ФотографииБлогСпискиДополнительно ![]() | Справка |
It could only be HEINEKENby Kim~Huun |
|||||||||||||||
|
...ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า ขอบคุณ ที่เข้ามาเยี่ยมชม...
марта 07 ย.โย่ง เอกชัย นพจินดาอาจจะช้าไปนิดถ้าจะร่วมไว้อาลัยแด่ อา ย.โย่ง
ที่ครบรอบวันเสียชีวิตของอาไปเมื่อวาน 6 มีนาคม
คัมภีร์ลูกหนังเมืองไทยตัวจริง
เคยเขียนถึงครอบครัวของอาไปเมื่อตอนที่
ภรรยา ของอาเสียไปเมื่อปีที่แร้ว
เหลือแต่ น้องแตงโม ผู้เข้มแข็งแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อวานก้อครบรอบวันจากไปของอาอีกแร้ว
เห็นอายอด (ยอดทอง) บอกว่า
ปีนี้ที่จัดงาน สยามกีฬาอวอร์ด
ตรงกับวันจากไปของอาโย่งพอดี
ก้อเพื่อที่จะได้ระลึกถึงอานั่นเอง
ผมเองตอนที่ได้เห็นอาในทีวี
มันเด็กมากๆๆๆ ภาพในความทรงจำเลื่อนลางเต็มทน
แต่ภาพหนึ่งที่จำได้คือ......
อาใส่สูท แต่ท่อนล่างเป็นกางเกงบอล...666
ตอนนั้นติดตามรายการเจาะสนามทุกเสาร์อาทิตย์เรย
ยอมรับเรยว่า เคยฝันอยากเป็นผู้ประกาศแบบอาบ้าง
แต่พอโตมาคิดว่ามันคงไม่เหมาะ
แต่ที่เหมือนกับอาก้อคือ รักฟุตบอลไม่แพ้อาแน่ๆๆๆ
ยังไงก้อขอให้ อาโย่ง กับ อายุ(ภรรยา) สู่สุคตินะครับ
และก้อขอเป็นกำลังใจให้น้องแตงโมสู้ต่อไปละกัน
ด้วย รัก เคารพ อาลัย
เทคแคร์ทุกคนครับ
เตีย ม๊า แฮม
G' 44 km
ปล. กลับมาเขียนอีกครั้งแร้วนะ октября 30 ซ่อมตุลาคม 2550... ซ่อมแอร์ที่น้ำหยดตุลาคม 2550... ซ่อมเครื่องแฟกซ์ที่หมึกจางตุลาคม 2550... ซ่อมคอมที่มันขึ้นบลูสกรีน แร้วก้อเปิดไม่ติดตุลาคม 2550... ซ่อมตู้เย็นในร้านที่ระบบทำความเย็นทำงานไม่ปกติตุลาคม 2550... ซ่อมวิทยุที่สายไฟแมร่งโดนหนูกัดตุลาคม 2550... ซ่อมหลอดไฟที่ใช้มานานแร้วมันขาดตุลาคม 2550... ซ่อมท่อน้ำที่แมร่งตันทั้งบ้านเรยตุลาคม 2550... ซ่อมลิ้นชักเก็บเงินที่มันฝืดจนเปิดได้ยากเช็ดดดดดดตุลาคม 2550... ซ่อมบ้านหลังเก่าเพื่อเปิดให้คนมาเช่า
ไม่น่าเชื่อว่าเดือนเดียวบ้านกรูจะซ่อมได้เยอะเช่นนี้ มันจะอะไรนักหนาวะ เหมือนว่า อาหารเจที่ขายได้มา เอามาซ่อมของทั้งบ้านซะงั้นอ่ะ ยังดีนะเนี่ยะที่ เกรด ออกมาแร้วไม่ต้อง ซ่อม ถ้าอันนี้ซ่อมล่ะ บรรลัยเรยกู
ที่เขียนเรื่องนี้ลงสเปซไม่ใช่อะไรหรอกนะ เพราะมันทำให้เรานึกได้ว่า บางสิ่งบางอย่างที่เราไม่อยากให้มันเกิด บางทีมันอาจเกิดพร้อมกันเรยก้อได้ และหากเราไม่เตรียมตัวรับมือไว้ล่ะก้อ อะไรจะเกิดขึ้นมา...ตัวเราเองคงรู้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนทำอะไรอย่างรอบคอบให้มากที่สุด เพราะบางทีพรุ่งนี้อาจจะเปลี่ยนทุกอย่างไปจากเรา อย่างที่เราเคยได้ยิน ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เทคแคร์ทุกคนครับ เตีย หม่าม้า แฮม G' 44 km.
сентября 01 ขึ้น ภู กันเถอะไม่ทันแร้วววววว......
มันข้ามเดือนแร้วว่ะ
กะว่าจะอัพอย่างน้อยเดือนละครั้ง
กลายเป็นว่า เดือนสิงหานี้แมร่งพลาดเรยกรู
เอาน่ะ ย้อนเวลาไม่ได้แร้วนี่หว่า จิงป่ะ
ก้อต้องสู้ต่อไป ไอ้ฮิมมมมมม
เข้าเรื่องแมร่งเรยละกัน
อย่างที่กรู ข้าน้อย กระผม เราผู้นี้ ได้บอกหลายๆๆคนไปแร้ว
ว่า ตุลาคม นี้ กรูจะขึ้นภูกระดึง ดึ๊งๆๆๆๆๆๆ
ผู้ที่ตอบรับกรูมาแร้วก้อมี
เอ้ แพรว เกฟ บุค(ถ้าว่าง)
ส่วนคนอื่นขอคิดดูก่อน
กรูเข้าใจว่าแมร่งอยากไปกันหมดแหละ
แต่ติดเรียนบ้าง สอบบ้าง งานบ้าง ต่างๆกันไป
ตามความขยันของแต่ละบุคคล
แต่โดยส่วนตัวกรูแร้ว
แมร่งดันเสือกขี้เกียจขึ้นมาน่ะสิ
และความอยากจะขึ้นภูมันก้อเยอะขึ้นมาทุกวันๆ
เรยขออนุญาตขึ้นไปก่อนละกัน
จะได้ไปสำรวจสิ่งต่างๆนาๆที่น่าสนใจ
แร้วจะได้พาคนที่ไม่ได้ไปรอบนี้ไปหนุกกันอีกรอบ
จะได้พาเที่ยวได้หนุกหนานมากมาย
(ไม่ใช่ไปนั่งเม้าท์ในห้องแบบทริปที่ผ่านๆมา)
งานนี้ไคว่างตามมาได้เรย
ไม่จำกัดห้อง ไม่จำกัดมหาลัย
แต่มีใจก้อพอ (ฮิ้ววว)
ส่วนที่อยู่เมืองนอก เอ่ออ ไม่ขอพูดละกัน
ว่าเสียดายแทน อ้าว...พูดแร้วซะงั้น
โปรแกรม 21-24 /10/ 50
21/10
ออกเดินทางโดยรถไฟ(ดีเซล)ปามานหัวค่ำ
22/10
ถึงที่หมายปามานเช้ามืด
กินอาหารเช้า พร้อมขึ้นภู
ปามาน บ่ายๆ น่าจะขึ้นกันได้หมด
ที่เหลือก้อพักผ่อนตามสบาย
23/10
เที่ยวสิวะ
24/10
กลับบ้าน
(อาจจะถึง กทม. เช้า 25/10 ขอเชคเวลารถไฟก่อน)
ปล.
อาจจะมีต่อทริป คือ เที่ยว 24/10 อีก 1 วัน
แร้วกลับวันที่ 25/10 ถ้ายังไม่อยากกลับ อิอิอิ
(กรูนี่แหละ...เอิ๊กๆๆๆ)
ไคที่อ่านแร้วว่างชัวร์
คอมเม้นท์ไว้ได้เรย
ไคที่ไปมะได้
กรูขอโทดไว้ตรงนี้ก่อนนะ
แร้วจะจัดให้อีกทีแน่นอน
เพราะคนอย่าง ฮิม ไม่ขึ้นครั้งเดียวแน่ขอรับ
แร้วไปดื่มทำมะชาดกัน
ปล.
++ มีไคดู Hospital บ้าง กรูว่าหนุกดีว่ะ
++ พรุ่งนี้ ไม่ดิ วันนี้ จะไปนครนายก เด่วถ่ายรูปมาฝาก
++ อยากนัดห้อง แต่กรูไม่ว่างแร้ว แมร่ง โคตร คิดถึงว่ะ
เทคแคร์ครับทุกคน
เตีย ม๊า แฮม
จี 44 km. июля 25 ด้วยความคิดถึง... For me, you never leave
But you are there, being a radiant light
At the place no one can identify
But thay can feel you
From Me, Your Blissful Daughter
ข้อความข้างต้น เป็นความรู้สึกของสาวน้อยคนหนึ่ง ที่มีต่อพ่อผู้ล่วงลับไปแร้ว
เธอเสียพ่อไปตั้งแต่อายุ 7 ปี ตอนนี้เธออายุ 17 ปี
พ่อของเธอได้พาแม่ของเธอไปอยู่ด้วยกัน
ทิ้งให้เธอต้องอยู่ลำพังเพียงคนเดียว
จะว่าไปแร้วพ่อของเธอไม่ได้มารับแม่ของเธอ
แต่เป็นเธอเองที่ส่งแม่ของเธอไปอยู่กับพ่อ
ก่อนที่แม่ของเธอจะจากไป ต้องทนทรมานบนเตียงพยาบาล
สาวน้อยเห็นดังนั้น จึงเดินไปจับมือแม่ของเธอ แล้วพูดว่า
"แม่...แม่ไปเถอะนะ ไม่ต้องห่วงอะไรทางนี้หรอก..."
เมื่อจบประโยค แม่ของเธอก็ทำตามคำขอสุดท้ายของเธอในทันที
แตงโม-ทวีพร นพจินดา
คือชื่อเล่นและชื่อเต็มของสาวน้อยคนนี้
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของ พ่อโย่ง
ย.โย่ง-เอกชัย นพจินดา
นักข่าวชื่อดังของวงการกีฬาไทย กับ
แม่ยุรี นพจินดา
พ่อโย่งจากไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลับ
ขณะเล่นฟุตบอล กีฬาที่เขารักมากที่สุด
แม่ยุรีจากไปด้วยโรคมะเร็งระยะที่ 4
โรคที่แม่เองคอยดูแลผู้ป่วยโรคนี้อยู่
จนไม่ทันระวังว่าจะมาเกิดกับตัวเองได้
แม้ว่าท่านทั้ง 2 จะล่วงลับไปแร้ว
แต่ก่อนจากไปท่านก้อได้ทำในสิ่งที่ท่านรักทั้งหมด
แตงโม เองก้อได้ทำในสิ่งที่เธอรักแร้ว
เธอชอบภาษาและศิลปะ
แร้วตัวเราล่ะ นี่ก้อ 20 แร้ว
ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำเรย
อยากให้เพื่อนๆๆที่ได้อ่าน
ลองคิดกันดูว่าเรามีอะไรที่จะทำบ้าง
เมื่อคิดแร้วก้ออยากให้ลงมือทำกันเรย
อย่าได้รอวันเวลาให้มันผ่านไปกันเรยนะ
เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
จากข้อความข้างต้น
เป็น 1 ใน 4 คำนำของ
หนังสือ "ย.โย่ง ในความทรงจำ" ฉบับรีเมค
หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือทั่วไป
รายได้จะสมทบทุน กองทุน เอกชัย นพจินดา
เพื่อเป็นการสนับสนุนการกีฬาของเมืองไทย
รวมถึงเป็นแรงผลักดันให้กับ แตงโม ด้วยนะ
(ไม่รู้สิ อยากบอกว่าน้องเค้าใจสู้มากๆๆๆ
มีหลายเรื่องที่เรารู้สึกอึ้งเมื่ออ่านเรื่องของน้องเค้าอ่ะ)
ปล.ข้อความนี้เขียนไว้ตั้งแต่ 15 กค 2550 หลังวันที่พี่ยุรีเสีย 2 วัน
ปล.ทำไมช่วงนี้กีฬาไทยมีแต่เรื่องเศร้าๆๆ พี่ยุรีเสีย บอลแพ้ มวยเสียแชมป์
ปล.สำหรับเราแร้วเรื่องนี้ บอกให้รู้ว่า ยังมีอีกหลายคนที่ลำบากกว่าเราอีกนะ สู้ๆๆๆ นะทุกคน
เทคแคร์ครับ
เตีย ม๊า แฮม
จี 44 km.
июня 16 คุนฮิม ณ สวนหลวง(ร.9)ตั้งชื่อหัวข้อได้ล่อแหลมมากมาย
ต่อการถูกจับไปนอนในซังเต
ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ...อิอิอิ
แต่ด้วยความเคารพ และ จงรักภักดีต่อ
องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เกล้ากระหม่อมมิได้มีเจตนาใดๆ
ในการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยสัตย์จริง
มิแม้น(ว)เหมือนกับท่านผู้ใหญ่บางคน
ที่พอเจอกับสภาพความเป็นจริง
ว่าตัวเองกระทำผิด ถูกตัดสิทธิ์ออกไป
ก้อเกิดอาการตุ๊ด(ตู่)แตกกันขึ้นมา
โหวกเหวกโวยวายอย่างไร้สติ
ไม่สมกับการศึกษาที่ได้รับมาเรย
(ไม่ได้ว่าใครนะ แต่แค่แสดงความเห็น)
***อนึ่ง ตุ๊ดตู่ เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง
มีต้นสายพันธุ์เดียวกันกับ
Golden & Silver หรือ ตัวเงินตัวทอง
หรือ ภาษาบ้าน ก้อ ตัว ______ นั่นเอง
อย่างที่ได้อัพรูปไปแร้วในสเปซอันล่าสุด
ก้อได้ไปเยี่ยมเยียน สวนหลวง ร.9 มานั่นแหละ
(ฝีมืออาจจะไม่ถึงขั้น แต่ฉันก้อทำเต็มที่แร้วนะเฟ่ยครับผมพี่น้อง)
ไปถึงสวนหลวงก้อประมานๆ 4 โมงเย็นได้
โดยไปเข้าทางด้านหลัง ซ.อุดมสุขอ่ะ
จึงเริ่มต้นการเดินด้วยการเดินย้อนกลับมายังประตูหลัก
ตั้งแต่ได้เริ่มเดิน ก้อได้พบกับบรรยากาศอันร่มรื่นของพฤกษานานาพันธุ์
ทั้งต้นเล็กต้นน้อย ดอกเล็กดอกใหญ่ ละลานตาด้วยสีเขียวสดไปทั่ว
แม้แสงแดดที่ส่องจะร้อนระอุทะลุทะลวงรูตูดเราให้บานได้ก้อตาม
ความร่มรื่นของมวลหมู่แมกไม้เหล่านี้
ชวนให้หยุดพักเหนื่อยที่ได้รับจากการเดินทางเป็นอย่างมาก
จึงได้อาศัยร่มเงาแวะพักที่ศาลาพุฒจันทน์
ศาลาไม้ หลักคายกสูง แบบชาวเหนือ (น่าจะนะ)
ทำให้ลมพัดผ่านศาลาได้อย่างเต็มที่และตลอดเวลา
เมื่อบวกกับร่มเงาของต้นไม้โดยรอบ
ทำให้แสงแดดที่ร้อนระอุทะลุรูตูดในตอนแรกนั้น
ไม่สาดส่องมาแระแคะระคายผิวเราได้เรย
พอนั่งพักที่ศาลาพุฒจันทน์
ก้อเอากล้องที่ติดมาด้วยออกมาถ่ายรอบๆนั้น
มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาพอประปรายให้สายตาไม่ว่างเปล่าจนเกินไป
แต่ที่เตะตากรูแหกจนเกือบจะบอดได้เรย
ก้อคู่หนุ่ม-สาวที่นอนเล่นกันอยู่ใต้ต้นไม้คู่นั้น
ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน เมื่อมองจากมุมของกรูแร้ว
มันเหมือนกับเป็นรูปหัวใจแต่ไม่มีรอยหยักตรงกลาง
(จินตนาการตามกรูหน่อย หรือ กรูคิดไปคนเดียววะ...666)
มันทำให้เกล้ากระผมหวนย้อนคิดคำนึงถึง
NOTE & GAVE
เมื่อครั้งที่ไปเที่ยวทริปห้องครั้งแรกที่ ระยอง อ่ะ
ตอนเช้าวันที่สอง มันทั้งคู่นอนเอาหน้าเข้าหากัน
หัวก้อมุดลงมาเหมือนกับรอยหยักของหัวใจได้เป็นอย่างดี
กรูกะจะเก็บภาพนั้นไว้เป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึก ซะหน่อย
พอหยิบกล้องได้ มันดันนอนดิ้นไปแร้ว ซะงั้นอ่ะ
ส่วนอีกคู่ที่ประทับใจเหมือนกัน
เป็นของนอกครับ
ทั้งคู่พามาถ่ายรูปกัน ญ เป็นแบบ ช เป็นตากล้อง
ทำให้นึกถึงละคร รักเธอทุกวัน ของ อ้อม กะ เคน เรย
ละครเรื่องนี้แหละที่เป็นกำลังถีบส่งกรูให้ได้มาที่นี่
เพราะมีสาเหตุอันใดที่บัดนี้หลายคนก้อคงยังไม่รู้
ทำให้ลูกชายนักธุรกิจพันล้าน(เคน-ในละคร) มาเอาดีกับการรับจ้างถ่ายรูป
มันบอกให้กรูรู้สึกว่า...
คนเรามีความสุขได้ ก้อแค่ได้ทำในสิ่งที่เราชอบก้อพอ
(...จิงไหมสัดดดดดด...)
ชะแวบมาเห็นนาฬิกาบอกเวลาว่า ห่า เอ้ย ห้าโมงแร้ว
ก้อเรยกระดกตูด ก้าวส้นตีน ออกจาก ศาลาพุฒจันทน์
เดินเรื่อยมาก้อเข้าสู่ส่วนที่เป็นสวนประดับนานาชาติ
แต่อาจดูโล่งไปหน่อยเพราะกำลังปลูกต้นไม้ใหม่อยู่
แต่โดยรวมแร้วก้อยังคงดูสวยงามพอควร เช่น
สวนผู้ดีอังกฤษที่มีเด็กยืนปล่อยน้ำพุตรงกลางสวน
สวนมักกะโรนีอิตาลี สวนน้ำหอมฝรั่งเศสที่มีเสาโรมันเป็นประตู
และสวนอื่นๆที่อยู่โดยรอบก้อสวยไม่แพ้กัน
บริเวณนี้ดอกไม้ ต้นไม้ สวยงามมากอ่ะ
แต่ฝีมือกายถ่ายรูปของกรูมันแย่เรยเอามาให้ดูแค่รูปที่ดูได้ละกัน
พอผ่านสวนประดับนานาชาติมาก้อได้พบกับหอศิลป์
(จำชื่อเต็มไม่ได้อ่ะ แต่เป็นหอแสดงเกี่ยวกับในหลวงอ่ะ)
ระหว่างทางก้อเจอกับนกชนิดหนึ่ง
ซึ่งข้าน้อยเองก้อมิทราบได้ว่ามันคือนกอะไร
แต่มันเดินผ่านไม่ค่อยกลัวคนสักเท่าไรก้อเรยถ่ายมาให้ดูกัน
แร้วก้อเจอนกชนิดเดิมแต่กำลังจู๋-จิ๋ม เอ้ย จู๋จี๋ กันอยู่
ก้อเรย(แอบ)ถ่ายมาให้เห็นความน่ารักของมันกัน
เผื่อว่าใครที่กำลังโสดอยู่ จะได้มีกำลังใจหาคู่กันมั่ง
ปี 3 แร้วนะ ไม่อยากพูดว่า แก่ เรยอ่ะ
อ้าว......พูดไปแร้วซะงั้นกรู......อิอิอิ
พอเดินบริเวณหอศิลป์เส็ด คนก้อเริ่มเข้ามาเยอะแร้ว
คนส่วนมากที่เข้ามาจะมาออกกำลังกายกันครับ
......
แร้วโทรสับก้อดังขึ้น ท่านแม่โทรมาบอกว่าให้รีบกลับหน่อย
ก้อรีบจรลีออกมาโดยด่วนจี๋ไปโดยตีนจ๋าเรย
ตอนที่เดินออกมาก้อ ผ่าน วงเวียนนาฬิกา พระบรมฉายาลักษณ์ของ
ในหลวง สมเด็จย่า พระราชินี และก้อศูนย์ออกกำลังกาย
ที่มีอุปกรณ์ฟิตเนส (น่าจะ) ครบถ้วน
แร้วข้างๆๆก้อเป็นลานเต้นแอโรบิค
ส่วนที่ชอบที่สุดของที่นี่คงหนีไม่พ้นบริเวณสระน้ำตรงกลาง
ที่มีเรือถีบให้นั่งสวีทวี๊ดวิ้วกัน 2 ต่อ 2 โดยไม่มีไคมากวน
แถมข้างๆๆสระก้อมีนกบินมารวมกันเยอะแยะมากมาย
เนื่องจากมีคนมาให้อาหารมันกิน...อิอิอิ
ครอบครัวหลายครัวเรือนมานั่งปิคนิคแบบต่างชาติกันบริเวณนี้
มื้อเย็นอันอบอุ่น ของแต่ละบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแบบคู่ หรือ ครอบครัวใหญ่ๆๆ
ที่ประทับใจเราที่สุดก้อคงเป็น เด็กน้อยวัยกำลังหัดเดิน 2 คน
กับครอบครัวใหญ่พอควร
เด็กน้อยก้อเดินเล่นตามประสาเด็กกำลังซน
คุนแม่ ก้อเดินเข่าตามไปป้อนข้าวให้ลูกน้อยนั้นได้อิ่มท้อง
ช่างน่ารักถูกใจเต่านินจาที่ได้พบเห็นเสียจิงเชียว
และมาสะดุดตาอีกครั้งก่อนจะออกจากสวนก้อตรงห้องน้ำนี่แหละครับ
เพราะมันกระตุ้นให้ร่างกายอันกลมดิ๊กๆๆๆนี้ ได้รู้ว่า
" กรูปวดฉี่มานานแร้วครับพี่น้อง "
ก้อเข้าไปปลดปล่อย(ฉ้านนน...... ร้องเสียงแหบๆๆ+
ฮาร์ดคอร์ แบบ Retrospect ด้วยนะ...พอดีกำลังฟังอยู่เรย)
พอเส็ดก้อเดินทะลุเขาวงกตออกมา
เน้นว่าทะลุนะ เพราะหาทางออกไม่ได้ว่ะ
กรูหลง......อ้าว......ฮาๆๆๆๆๆๆ
ออกจากเขาวงกต กิจกรรมที่นี่ก้อหมดลง
เป็นการจบการฆ่าเวลาไปวันนึง
แต่การฆ่าเวลาในวันนั้น มันบอกให้เราได้รู้ว่า
ยังมีอะไรอีกหลายสิ่ง หลายอย่าง ที่เราอยากทำ
แต่ยังไม่ได้ทำหรือเริ่มทำเรย
คำถามคือ......เมื่อไหร่ล่ะ
(นั่นน่ะสิ)
และก้อเป็นวันนั้นที่ทำให้ ข้าน้อย กรู หนู กระผม หมู่เฮา ได้รู้ว่า
เวลาทำอะไรได้แบบตามใตวเองมันสุขสุดๆๆๆเพียงใด
มันสบายใจ โค ตะ ระ ของ สบายใจไปเลยเฟ่ยครับผมพี่น้อง
ไคที่ไม่เคยไปปลดปล่อยแบบนี้ก้อลองกันดูได้
มันอาจจะดูเหงาหงอยไปบ้างหากไปตัวคนเดียว
แต่มันก้อได้เสียวหากไปกัน 2 คน
(ไม่ใช่และๆๆๆๆๆ)
ไม่ใช่ว่าจะต้องมาแบบเรานะ
ที่บอกให้ลองทำ คือ ทำให้สิ่งที่อยากทำจิงๆๆๆอ่ะ
จะเป็นอะไรก้อได้ ไม่ต้องแบบเรา
จะไปวางระเบิดตดในบ้านทักสิน
หรือจะปาขี้ใส่พจมาร
หรือจะคลานไปดีดไข่พาลทองแท้
ก้อลองคิดดูว่าอยากทำอะไรมากที่สุดละกันนะ
(จะเห็นได้ว่าแค่พ้องเสียงนะครับ รูปไม่เหมือน...อิอิอิ)
พล่ามมา นมนาน ยาวเหยียด ละเอียดยิบ จนเยิ่นเย้อ ไปเสียแร้ว
ก้อขอทิ้งท้ายไว้เลยดีกว่าว่า
"สุขอะไร ก้อไม่เท่า กับสุขใจ
ทุกข์อะไร ก้อไม่เท่า กับทุกข์ใจ
เราจะสุข เราจะทุกข์
ก็อยู่ที่ใจของเรา นั้นเลือกเอง
...นะโยม..."
"......สาธุ......"
ลองทำดูแร้วก้อจะรู้กันว่า
ความสุขกายสบายใจที่แท้จริงมันยังมีอยู่
แม้ว่าโลกเราใจปัจจุบันจะเต็มไปด้วย
ความโกหก เสแสร้งมากขึ้นทุกวันก้อตามที
ขอบคุนทุกคนที่เข้ามาอ่าน
เทคแคร์นะคนที่เข้ามาอ่าน
โชคดีนะคนที่เข้ามาอ่าน
อย่าลืมเม้นท์นะคนที่เข้ามาอ่าน
เทคแคร์ครับ
เตีย ม๊า แฮม
จี 44 Km.
|
|
||||||||||||||
|
|